กรมราชทัณฑ์มุ่งทำงานอย่างโปร่งใส เตรียมพร้อมยกระดับการดูแลเรือนจำให้อยู่ในมาตรฐานสากล

นาย อายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวในพิธีลงนามข้อตกลงคุณธรรม หรือ Integrity Pact ว่าปัจจุบันกรมราชทัณฑ์ให้ความสำคัญกับการทำงานด้วยความโปร่งใสอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินงานเกี่ยวกับการดูแลเรือนจำ รวมถึงการทำงานของข้าราชการในทุกหน่วย ต้องตรวจสอบได้และเป็นไปตามมาตรฐานที่เที่ยงตรง โดยก่อนหน้านี้กรมราชทัณฑ์ ได้รับรางวัลสำหรับการประเมินคุณธรรม และความโปร่งใสในการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปี 2565 หรือ ITA Award 2022 เป็นเครื่องสะท้อนคุณภาพการทำงานที่ผ่านมา ของทุกภาคส่วนของกรมราชทัณฑ์ อยากให้ประชาชนและสังคมมั่นใจ ว่าทุกส่วนงานของกรมราชทัณฑ์ ปฏิบัติงานอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา

สำหรับการลงนามข้อตกลงคุณธรรมในครั้งนี้ เป็นโครงการเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ ของเรือนจำซึ่งกรมราชทัณฑ์มีการศึกษาความเป็นอยู่ หลักสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากล เช่นต้องมีพื้นที่สำหรับนักโทษอย่างไร และดำเนินการตามมาตรฐานอย่างดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ โดยมีการจัดซื้อจัดจ้างงานทั้งสิ้น 4 โครงการด้วยกันคือ

1. โครงการก่อสร้างอาคารโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แห่งที่ 2 พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ 1 แห่ง
2. โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดระยอง พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ 1 แห่ง
3. โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ 1 แห่ง
4. โครงการก่อสร้างเรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ 1 แห่ง

โดยโครงการดังกล่าว นอกจากจะเป็นการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของเรือนจำ ให้อยู่ในระดับสากล ซึ่งในปัจจุบันที่มีจำนวนนักโทษเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว ยังต้องเน้นการทำงานที่ประชาชนและสังคมสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งได้ความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆ เข้ามาร่วม คือ กรมราชทัณฑ์ ผู้สังเกตการณ์ที่คัดเลือกมาจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคประชาสังคมซึ่งเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์และมีความรู้ความสามารถ ในโครงการจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ

โครงการดังกล่าวนอกจากจะดำเนินการด้วยความโปร่งใสตรวจสอบได้แล้ว ยังเป็นการสะท้อน ถึงความมุ่งมั่นในการทำงานของข้าราชการของกรมราชทัณฑ์ ที่เป็นแบบอย่างในความโปร่งใสไร้ทุจริต และสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้ ซึ่งการก่อสร้างได้ตั้งเป้าหมาย ที่จะสร้างมาตรฐาน ในด้านความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง อยู่ในระดับมาตรฐานสากล มีการคำนึงถึงพื้นที่ของห้องพักผู้ต้องขัง ให้อยู่ในมาตรฐานสูงสุดที่สามารถดำเนินการได้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จคาดว่าจะเป็นประโยชน์ ต่อการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ต่อไปในอนาคตต่อไป